
กลับหน้าหลัก
-การเลี้ยงโคนม
-สายพันธุ์โคนม
-การดูแลแม่พันธุ์โคนม
-การดูแลลูกโค
-อาหารโคนม
-การรีดนม
การเลี้ยงโคนม
การเริ่มเลี้ยงโคนมในประเทศไทยนั้น เริ่ม มากว่า 90กว่าปีได้แล้ว
โดยแขกชาวอินเดียเป็นผู้เลี้ยงและนำเข้าวัวพันธุ์พื้นบ้านอินเดียเข้ามาเลี้ยง
แต่การให้น้ำนมในสมัยนั้นน้อยมากประมาณ2-3 ลิตร ต่อวัน และต่อมามีการนำโค จากยุโรป
วัวเป็นวัวนมพันธุ์ดีเข้ามา เลี้ยง
และนิยมแพร่หลายต่อมาและกรมปศุสัตว์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำวัว พันธุ์เรดซินดิ
จากอินเดียและบังคลาเทศ เข้ามาและต่อมาได้นำโค พันธุ์เจอร์ซี่จากออสเตรเลีย และโคพันธุ์บราวสวิส
จากอเมริกาเข้ามา
หากท่านใดที่อยากจะเริ่มเลี้ยงโคนมนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว
ท่านต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับโคนมหลายๆด้านรวมถึงความพร้อมที่จะทำการเลี้ยง
การเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพนั้นต้องคำนึงถึง
-การเข้าใจและรู้ถึงวงจรธุรกิจโคนม
-การบันทึกข้อมูล เพื่อใช้ในการประเมินทั้งต้นทุนและการตลาด
-ความรู้และเข้าใจเรื่องวัวนมอย่างดีและความเอาใจใส่ในโค
สิ่งที่ต้องเตรียมการก่อนดำเนินการเลี้ยงโคนมเพื่อเป็นอาชีพ
1.ที่ดิน
ที่ดินจำเป็นมากในการประกอบอาชีพการเลี้ยงโคนม
เพราะที่ดินที่ตั้งหรือประกอบการนั้นต้องอยู่ใกล้กับแหล่งรับซื้อน้ำนมดิบ
และที่ดินเพื่อการปลูกแปลงพืชปลูกแปลงหญ้า อาหารโคนม
2. แรงงานที่จะปฏิบัติการในฟาร์มโคนมต้องเป็นผู้มีความรู้เกี่ยวกับการจัดการเป็นอย่างดี
3.เงินทุน เงินทุนนั้นสำคัญทีเดียวเลยครับ
เป็นเงินทุนในการจัดหาพันธุ์สัตว์และ อุปกรณ์ในการใช้ในฟาร์ม
รวมถึงค่าปลูกสร้างโรงเรือนด้วย
และเงินทุนสำหรับหมุนเวียนในการใช้จ่ายประจำฟาร์มด้วย
สิ่งเหล่านี้สำคัญ
มากต่อการทำอาชีพเลี้ยงโคนม
โดยภาพรวมๆของการเลี้ยงโคนมนั้น
ผู้เลี้ยงต้องตื่นเช้าให้อาหาร โค และอาบน้ำทำความสะอาดโค รีดนม(ส่งนม)
ปล่อยโคลงแทะเล็ม หรือให้อาหารหยาบ และพอ
ช่วงบ่ายๆเริ่มต้อนโคกลับมาให้อาหารรีดนมและ อาบน้ำทำความสะอาดโค นำโคเข้าคอก
สิ่งที่กล่าวนั้นยังมีข้อปลีกย่อยที่ควรรู้
อีกเยอะครับ และผมจะนำเสนอในโอกาสต่อๆไปครับ
สายพันธุ์โคนม
สายพันธุ์โคนั้นถือว่าสำคัญไม่น้อยในการเลี้ยงโคนม
ถ้าเราเลี้ยงโคนมสายพันธุ์ในแถบเอเชียซึ่งเลี้ยงดุแลง่าย ก็จะให้น้ำนมน้อย
แต่ถ้าเราเลี้ยงโคยุโรปแท้ๆที่ให้น้ำนมดีเราก็ไม่สามารถเลี้ยงได้ในอากาศที่ร้อนได้ในบ้านเรา
โดยสายพันธุ์โคนมมีดังนี้
1.พันธุ์โฮลสไตน์ ฟรี่เชี่ยน
เป็นโคนมที่กำเนิดจากประเทศ
ฮอลแลนด์
และนำไปเลี้ยงแพร่หลายในหลายๆประเทศและมักเรียกซื่อแตกต่างกัน
-ลักษณะมีสีขาวดำ
ข้อขาและพู่หางต้องมีสีขาวจึงจะได้รับการรับรองพันธุ์หากมีสีดำเลยเข่ามาจะไม่ได้รับการจดเป็นพันธุ์แท้
เป็นโคขนาดใหญ่ให้น้ำนมดีประมาณ 5000-8000 กิโลกรัม ต่อปี
สามารถใช้อาหารหยาบแปรเปลี่ยนเป็นน้ำนมได้เป็นอย่างดี ซึ่งในประเทศไทยก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน
แต่ต้องเป็นพันธุ์ลูกผสม ที่มีสายเลือด 50%ขึ้นไป
2. พันธ์เรดเดน
เป็นวัวที่กำเนิดในยุโรปในประเทศเดนมาร์ก
ลักษณะใหญ่มีสีแดงเลือดหมู
เป็นวัวที่ให้น้ำนมได้ดีประมาณ6000กิโลกรัมต่อปี แต่ไม่สามรถทนร้อนในถูมิประเทศไทย
3.พันธุ์เยอรมันราวน์
หรือบราวสวิส เป็นโคที่เกิดในยุโรป ในประเทศ สวิสเซอร์แลนด์และเยอรมัน
มีสีน้ำตาลเข้ม ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าโคในยุโรปด้วยกัน ทนต่อโรคแมลง
ให้น้ำนมเฉลี่ยแล้วปีละ 4500-5000 กิโลกรัม
ถึงจะทนร้อนได้ดีกว่าพันธุ์อื่นแต่เมื่อมาอยู่ในเขตร้อนแล้วมักจะให้น้ำนมที่ต่ำกว่าตอนอยู่ในอากาศเย็น
4.ออสเตรเลี่ยน
อิลลาวารา ชอร์ท ฮอร์น เป็นโคของออสเตรเลียที่ผสมกับชอร์ทฮอร์นของอังกฤษ
มีขนาดใหญ่ มีสีน้ำตาลแดง
และก็ เหมือนพันธุ์เยอรมัน บราวน์คือเมื่อนำมาเลี้ยงในเขตร้อนมักให้นมไม่ดี
5.เจอร์ซี่
กำเนิดที่เกาะเจอร์ซี่ประเทศอังกฤษ
สีเหลืองปนน้ำตาล มีขนาดเล็ก ให้นมเฉลี่ยปีละ
3500-4000 กิโลกรัม มีนิสัย ตกใจง่าย ปราดเปรียว ให้คุณภาพน้ำนมดี
ไม่เหมาะที่จะเลี้ยงในประเทศไทย
6.พันธุ์เรดซินดี้
เป็นโคทางอินเดียและปากีสถาน มีสีแดงเข้มทั้งตัว
เป็นโคที่นิสัยเชื่องทนอากาศร้อนได้ดี เป็นโคขนาดเล็กให้น้ำนมน้อยทนทานต่อโลกโต
7.พันธุ์ซาฮีวาล
เป็นโคนมทางแถบอินเดีย ปากสถานมีสีแดงอ่อน เป็นโคทนร้อนทนแมลงและเห็บ
แต่มีข้อเสียคือเวลารีดนมต้องใช้ลูกโคเป็นการกระตุ้นน้ำนม
สายพันธุ์โคนมที่จะนำมาเลี้ยงในประเทศไทยต้องมีการศึกษาให้ดีก่อนครับ
โดยมากจะนิยมพัฒนาผสมวัวยุโรปมีเลือด 75% ขึ้นไปเช่นโฮลสไตน์ และค่อยๆเพิ่มสายเลือดจน
โคที่เลือดสูงนั้นจะไม่สามารถ
ทนร้อนได้แต่ก็เพราะว่าการที่มีสายเลือดยุโรปที่สูงและระบบการจัดการคอกที่อุณหภูมิ
เย็นๆสบายก็อาจทำให้โคให้น้ำนมมากขึ้น
ผู้ที่คิดจะเลี้ยงโคนมต้องมีความรู้เรื่องวัวนมเป็นอย่างดีครับ
การที่เรารู้และเอามาปฏิบัติได้หมายถึงผลผลิตที่ดีต่อไปในอนาคต ของฟาร์มครับ
การดูแลแม่พันธุ์โคนม
จะขอกล่าวถึงวงจรการดูแลในโคสาวถึงหลังคลอดโดยรวมๆ
การดูแลแม่พันธุ์นั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นมากในการทำฟาร์มโคนม
เพราะการดูแลแม่พันธุ์ดีจะส่งผลดีในหลายๆด้านเมื่อโคเป็นสาวใกล้ที่จะผสมพันธุ์ได้นั้นเราควรเอาใจใส่แม่โคเป็นอย่างดีทั้งเรื่องอาหารการกินอยู่
แม่โคที่เริ่มการผสมได้นั้นต้องมีสุขภาพที่ดี การดูแลสุขภาพนั้นดูว่ามีโรคพยาธิไหม
มีโรคปอดบวมหรือยืนหอบหรือไม่
การผสมโคสาวครั้งแรกนั้นควรเริ่มผสมที่น้ำหนักโคประมาณ 300 กิโลกรัมขึ้นไปอายุ 18
เดือนขึ้นไปแม่โคต้องมีโครงร่างที่ดีไม่เล็กเกินไปเวลาคลอดจะได้ไม่มีปัญหา
การผสมนั้นต้องโดยมากใช้การผสมเทียมเพื่อปรับปรุงสายพันธุ์
สังเกตการณ์เป็นสัดของวัว
ให้ดีเพราะถ้า เราละเลยการสังเกตการณ์เป็นสัดอย่างจริงังเมื่อแม่โคไม่ท้องก็
ไม่มีน้ำนมครับ
การจับสัดจะไม่นิยมผสมตอนสาวเป็นสัดครั้งแรกจะใช้การเป็นสัดครั้งที่2 หรือ 3
ซึ่งรอบการเป็นสัดนั้น ประมาณ 18-21 วัน เราต้องสังเกตหรือคอยเฝ้าดูให้ดี
การตั้งท้องนั้นถ้าจะสังเกตด้วยตาเปล่านั้น
จะค่อนข้างดูลำบากแต่ถ้าผสมแล้วไม่กลับมาเป็นสัดอีก มีโอกาสที่จะติด
หรือประมาณ4-5เดือน นมแม่โคนมขยาย หรือบริเวณสะดือบวมน้ำ แสดงว่าท้องแล้ว
หรือใช้วิธีการล้วงเพื่อตรวจครับ(ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญครับห้ามล้วงเอง)
การหยุดรีดนมก่อนคลอด2เดือนนั้นจะทำให้ลุกโคมีร่างกายที่ดีแข็งแรง
การสังเกตแม่โคใกล้คลอดและหลังคลอด
-เริ่มดูบันทึกว่าแม่โคผสมวันไหนและคลอดประมาณเมื่อไหร่
-ดูเอ็น2ข้างตรงข้างโคนหางจะลึกลง จะมีน้ำเมือกข้นๆที่ช่องคลอด
-ถ้าเห็นถุงน้ำคร่ำอย่าไปฉีกถุงน้ำคร่ำจะทำให้โคตายได้หรือ ออกได้ยากขึ้น
-ถ้าคลอดลูกโคแล้ว ต้องสังเกตว่า รกวัวออกไหม หากเกิน 12
ชั่วโมงต้องตามหมอมาจัดการครับ
เมื่อแม่โคคลอดแล้วการกลับมาเป็นสัดครั้งแรกจะไม่นิยมผสมเช่นกันครับจะไปผสมในการเป็นฮีทหรือเป็นสัดครั้งที่3
หรือประมาณ2เดือนหลังคลอด
ถ้าแม่โคให้น้ำนมมากควรให้อาหารข้นมากตามหรือเพิ่มมื้อ การกินเป็น 4มื้อ
หรืออัตรามากกว่า 2:1
หากได้รับอาหารน้อยร่างกายจะดึงไขมันในร่างกายมาใช้
อาจมีผลต่อสุขภาพและการสมบูรณ์พันธุ์
หรือถ้าแม่โคผอมเราต้องให้อาหารข้นเพิ่มขึ้นและดูระยะเวลา ว่าคลอดมากี่เดือนแล้ว
แต่ถ้าโคอ้วนมาก็ไม่ดีครับ ถ้าอ้วนมาก ต้องงดอาหารข้น ครับเพราะจะมีผลต่อการผสม
และเมื่อแม่โคให้นมหรือหลังคลอดประมาณ10เดือนหรือก่อนคลอด2เดือนควรค่อยๆเริ่มทำการดรายเพื่อแม่โคจะได้พักฟื้นร่างกายและจะได้มีร่างกายที่สมบูรณ์ในการเลี้ยงลูกโคในท้องต่อไปครับ
การดรายนม
การดรายนมคือการค่อยลดน้ำนมแม่โคจนแม่โคหยุดการให้น้ำนม ไม่ควรดรายโดยววิธีหยุดรีดนมเช่นไม่ยอมรีดนม
ปล่อยไว้แบบนั้น
อาจทำให้แม่โคเป็นเต้าอักเสบได้.(รายละเอียดการดรายจะมาเล่าต่อในบทต่อไปครับ)
การดูแลลูกโค
ลูกโคนั้น
หมายถึงนาคดในภายหน้าของฟาร์มเมื่อลูกโคคลอดมา
เจ้าของจะคอยลุ้นว่าเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย ถ้าเป็นตัวเมียคงมีการฉลองเกิดขึ้น
แต่ถ้าเป็นตัวผู้ จะไม่ค่อยนิยมเลี้ยงหรือรีบขายออกไปทันที(เดี๊ยวนี้เเริ่มนำวัวนมตัวผู้มาขุนเป็นวัวเนื้อ)
เมื่อลูกโคคลอดแล้วควรปฏิบัติดังนี้
1.แยกลูกโคออกจากแม่
2.ล้วงปากเอาเมือกออก
3.เช็ดตัวให้แห้ง
4.ตัดสายสะดือ
5.จุ่มทิงเจอร์ ใส่ทุกวันจนสะดือแห้ง
6.แกะกลีบ ลูกวัว
7.รีดน้ำนมเหลืองให้วัวกิน
8.ลูกวัวควรได้รับน้ำนมเหลืองประมาณ3%ของน้ำหนักตัวประมาณ
4-5วัน หลังนากนั้นน้ำนมในแม่โคจะเป็นปกติ
ลูกโคนมที่คลอดออกมาใหม่ๆนั้นเจ้าของควรปูพื้นด้วยฟางแห้งให้ลูกโคนอน
เพราะจะทำให้สะอาดและให้ความอบอุ่นได้ดีและกันโรคปอดบวมได้
เมื่อลูกโคคลอดออกมาแล้วควรจะให้ลูกโคได้กินนมน้ำเหลืองจากแม่โคภายใน 1
ชั่วโมงทันที ถ้าลูกโคไม่สามารถกินเองได้เราต้องรีดให้ลูกโคกิน
ควรให้ลูกโคกินนมน้ำเหลืองทีละน้อยๆแต่บ่อยครั้งหรือถ้าหาน้ำนมเหลืองไม่ได้ใช้
ไข่ดิบ 1 ฟอง
/น้ำต้มสุข 3ขีด/ น้ำมันละหุ่ง1/2 ช้อนโต๊ะ/นมสด6ขีด/
ผสมรวมกันให้โคได้กินแทนนมน้ำเหลือง
มีบางกรณีที่แม่โคตายหลังคลอดหรืออาจมีเหตุที่คาดไม่ถึง
ตัดสะดือ หรือถ้าคอกสะอาดก็ปล่อยไม่ต้องตัดก็ได้ครับ
เมื่อวัวได้กินน้ำนมเหลือง ประมาณ
3วันแล้วเราควรให้วัวกินนมผงในอัตรา ผสม 1:8
จะมีอัตราการโต
ประมาณ1/2กิโลต่อ1วัน (สาเหตุที่ใช้นมผงเพราะน้ำนมแม่โคเอาไว้ขายครับ)
ถ้าโคมีน้ำหนักน้อยเราจะเลี้ยงด้วยนมผงประมาณ 4เดือน
การให้นมลูกโค
อายุ 1-3 วัน ให้นมน้อยๆแต่ให้บ่อยๆ
อายุ 3วัน -1เดือน ชงนมผง วันละ2มื้อ มื้อละ2ลิตร
อายุ 2-3เดือนครึ่ง ให้นมผงวันละ2มิ้อมื้อละ2ลิตร
อายุ 3เดือนครึ่งถึง 4เดือนครึ่ง ให้วันละ 1มื้อ มื้อละ2-3 ลิตร
เป็นเวลา 3-4วัน และ1-2ลิตร เป็นเวลา 1-2วันก่อนหย่านม
***อัตราการผสมนมผงที่ชงเลี้ยงลูกโคนั้นอยู่ที่ 1:8 หรือ1:9
นม 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 8-9ลิตร
การให้อาหารข้นในลุกโค
อาการข้นจำเป็นต่อลูกโคเหมือนกัน และอาหารข้นนั้นจะถูกกว่านมผงที่ชงให้ลูกโค
เมื่อลูกโคอายุ 2อาทิตย์ควรหัดให้ลุกโคได้กินอาหารข้น ที่มีโปรตีนประมาณ 18-22%
และควรมีเยื่อใยน้อยและย่อยได้ง่าย
ควรหัดลูกโคให้กินหญ้าประมาณ2อาทิตย์หลังคลอดเพราะจะเป็นการฝึกให้ลูกโคเคี้ยวเอื้อง
ลูกโคนมตัวเมียนั้นคืออนาคตที่จะเป็นแม่โครีดนมในฟาร์มต่อไปเราควรเอาใจใส่ที่ดีเหมือนแม่โครีดนมเช่นกัน
ลูกโคนม จะได้รับเพียงน้ำนมเหลืองจากแม่
จะไม่นิยมเลี้ยงด้วยน้ำนมแม่เพราะว่าเราต้องการน้ำนมของแม่โคไปขายไงครับ
ต้องหัดให้โคเคี้ยวเอื้อง เพื่อลูกโคจะได้กินอาหารหยาบ เพื่อช่วยเสริมได้ดีด้วย
หรือจะเสริมด้วยการให้อาหารข้นก็ได้ ระหว่างอายุไม่เกิน 3เดือนให้อาหารประมาณวันละ
2-3กิโล
การดูแลว่าลูกโคนมนั้นมีไข้หรือเปล่า เราควรใช้ ปรอท
วัดไข้เสียไปที่ก้น การเสียปรอทควรชิดไปด้านใดด้านหนึ่งของส่วนร่างกาย
ประมาณ1นาทีโดยปกติ ควรมีอุณหภูมิ 102 องศาเซลเซียส ถ้าขึ้นไป103องศาเซลเซียส
เริ่มมีไข้ หรือถ้า104องศาเซลเซียส แสดงว่ามีไข้สูงมากต้องรีบตามหมอครับ
การกำจัดเขาลูกโคควรอยู่ในประมาณ 3-5 วัน ใช้ สบู่กรดหรือปูนแดง
หรือใช้หัวแร้งจี้ ตอนอายุประมาณ 2เดือน
วิธีการเลี้ยงลุกโค
มีหลายรูปแบบ เช่น
1.แบบขังเดี่ยว
ลูกโคจะกินอาหารได้เต็มที่ และไม่ถูกตัวอื่นรบกวน
2.แบบขังคอก
จะประหยัดเรื่องการลงทุนทำคอกเดี่ยว
แต่ลุกโคจะได้รับอาหารได้ไม่เต็มที่และอาจจะโดนตัวอื่นรังแก
3.แบบผูกเชื่อกล่าม
จะประหยัดและลูกโคจะเชื่องและหากินเก่ง
อาหารโคนม
แนวทางการให้อาหารโคนมนั้น มีดังนี้
1.อาหาร ข้น
2.อาหารหยาบ
3.อาหารเสริม
4.น้ำ
วัวนมต้องการน้ำมากกว่าวัวเนื้อปกติจะกินน้ำมากกว่า
**เราต้องมีน้ำให้วัวดื่มเสมอหรือมีน้ำในแปลงหญ้าที่วัวไปแทะเล็มและก่อนจะนำวัวข้ารีดต้องให้วัวดื่มน้ำเต็มที่**
การให้อาหารข้นวัวแต่ละรุ่น
ลูกโค
-ประมาณ -หย่านม ควรได้รับอาหารข้น 2-3 กิโลต่อวัน
-โปรดตีนประมาณ 8-20% หรือหญ้าหมักได้กินเต็มที่
-นมผงชงละลายควรได้รับประมาณวันละ 8 กิโลกรัม ต่อวัน
โครุ่น
-ควรได้รับอาหารข้น 4 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน
-โปรตีน 15% ต่อตัวต่อวัน
- หญ้าเต็มที่
- แร่ธาตุ
โคสาว
-โคเริ่มท้อง อาหารข้น 4 กิโลกรัม ต่อตัวต่อวัน เหมือนโครุ่น
- โปรตีน 15% ต่อตัวต่อวัน
- ก่อนคลอด 2เดือนควรให้อาหารข้นสูตรโปรตีน 19% ประมาณวันละ 8กิโลกรัม
ต่อตัวต่อวัน
การจ่ายอาหารข้น
ควรแบ่งจ่าย2-3รอบเช่นวัวควรได้รับวันละ 6 กิโลกรัม
เช้า 3-3.5
กิโลกรัม ให้จำนวนมากต่อมื้อต้องระวังเรื่องกรดในกระเพาะ
บ่าย
เย็น หรือค่ำ
อาหารหยาบ
-โดยปกติโคนมควรกินหญ้า ประมาณ 10%
ของน้ำหนักตัว ต่อต่อวัน
-ถ้าเป็นหญ้าแห้ง ประมาณ 3% ของน้ำหนักตัว
-ถ้าเป็นหญ้าหมัก ประมาณ 2.5% ของน้ำหนักตัว
-การให้ถั่วเสริม ควรให้ในช่วงบ่ายๆหรือเย็น
ให้ช่วงเช้าท้องจะอืด
แร่ธาตุ
นั้นถึงร่ายกายโคจะต้องการน้อยต่อการดำรงชีวิตประจำวัน
แต่ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ตามหลักในอาหารข้นจะมีผสมแร่ธาตุประมาณ3%ของส่วนผสม
ปริมาณการให้อาหารโคนมนั้น
เจ้าของโคควรมีการทดลองและสังเกตหรือบันทึกการให้อาหารเพื่อประโยชน์ในการลดต้นทุนการให้อาหารตามหลักของแต่ละฟาร์มนั้นจะแตกต่างกัน
1.บางคนให้ตามใจตัวเองว่าจะให้เท่าไหร่มื้อไหนตามสมควร
2.ตามวิชาการ (2:1)
คือได้นม 2 ให้อาหร ข้น 1 บางคนรีดนมได้ 14 กิโลกรัม
ให้อาหาร 7กิโลกรัม
3.ให้โดยการทดลอง
คือลองว่าให้เท่าไหร่จึงจะพอดีทดลองหรือทดสอบอยู่เรื่อยๆ
4. ให้อาหารตามคะแนน
ความสมบูรณ์ของร่างกายโคนม เช่น
ระดับ 1 ผอมมาก เห็นซี่โครงหมด การให้อาหารต้องมากให้กินเต็มที่
ระดับ 2 ผอม การให้อาหารต้องมาก
ระดับ 3 ปานกลาง การให้อาหารอยู่ในระดับพอสมควร
ระดับ 4 อ้วน - การให้อาหารอยู่ในระดับที่ดีโคท้องควรอยู่ในระดับนี้
ระดับ5 อ้วน ลดอาหาร
ไม่ควรให้โคแม่พันธุ์อยู่ระดับนี้จะผสมจะติดยาก
**การเปลี่ยนอาหาร หรือสูตรอาหารควรค่อยๆเป็นค่อยไปครับ **
**โคสาวไม่ท้องควรให้กินหญ้าเต็มที่
**หญ้าหมักที่ให้วัวกินนั้นมีผลเป็นกรด
ถ้ากรดมากควรให้หญ้าแห้งเสริมเพื่อวัวเคี้ยวเอื้องน้ำลายที่ได้เป็นด่างไปเจือจางกรด**
การรีดนม ( เร็วๆนี้)