ปั่นราคาฮินดู...เกิดฟองสบู่ในวงการโคเนื้อ(พ.ศ.2532-2536)
นักการเมืองและผู้มีฐานะทางสังคมหลายคนหันมาเลี้ยงโคโดยเน้นที่โคฮินดูบราซิลจนราคาสูงเกินคุณค่าของโคเนื้อ
มีการประกวดโคฮินดูบราซิลโดยตัดสินกันด้วยความสวยงามคือหูยาวและหัวโหนก (
ผนวก3
และ
ผนวก4 ) กลุ่ม ส.ส.ตั้งงบประมาณซื้อน้ำเชื้อโคพันธุ์ฮินดูบราซิล
แต่ถูกคัดค้านจากนักวิชาการ และชมรมโคเนื้อแห่งประเทศไทย
เพราะจากหลักฐานทางวิชาการยืนยันแน่ชัดว่าโคฮินดูบราซิลไม่ใช่โคเนื้อที่ดี

การส่งเสริมให้ใช้น้ำเชื้อโคฮินดูบราซิลไปผสมกับแม่โคของเกษตรกรซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธุ์บราห์มันเท่ากับเป็นการถอยหลังเข้าคลองเพราะจะดึงพันธุกรรมโคเนื้อของประเทศให้ด้อยลง(ผนวก
5) อย่างไรก็ตาม ด้วยกระแสโฆษณาและราคาจูงใจของฮินดูบราซิล
ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคไขว้เขว บางรายยอมขายแม่โคบราห์มัน
10
ตัว เพื่อได้เงินไปซื้อแม่โคฮินดูบราซิลเพียงตัวเดียว
ราคาโคทุกชนิดในช่วงนั้นสูงกว่าความเป็นจริงเรียกได้ว่าเกิดฟองสบู่ในวงการโคเนื้อไทย
ในช่วงนั้นวงการโคเนื้อก้าวหน้าเร็วที่สุด ชมรมโคเนื้อแห่งประเทศไทยได้รับอนุญาต จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติให้เป็นสมาคมโคเนื้อแห่ง ประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2534 นายกสมาคมคนแรกคือ นพ.พัลลภโพธิพฤกษ์ และในระยะเวลาไล่เลี่ยกันนั้น ก็มีการก่อตั้งสมาคมประจำพันธุ์โคเนื้อพันธุ์ต่าง ๆ ดังนี้
- สมาคมโคเนื้อพันธุ์กำแพงแสน
- สมาคมโคเนื้อไทยพันธุ์เดราห์มาสเตอร์
- สมาคมผู้บำรุงพันธุ์บราห์มันแห่ง ประเทศไทย
- สมาคมผู้เลี้ยงโคบราห์มัน
- สมาคมโคเนื้อพันธุ์ไทยฮินดูบราซิล
สมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย และสมาคมโคเนื้อพันธุ์ต่าง ๆ
ร่วมกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องได้จัดงานโคเนื้อแห่งชาติครั้งแรกขึ้น ณ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน เมื่อวันที่
13-15ธันวาคม
2534
และมีการประกวดโคเนื้อระบบสากลขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยในงานนี้
โคที่ประกวดได้แก่พันธุ์บราห์มัน เดราท์มาสเตอร์และกำแพงแสน(ประกวดแยกแต่ละพันธุ์)

งานโคเนื้อแห่งชาติครั้งที่
1
พ.ศ.2534