ปั่นราคาฮินดู...เกิดฟองสบู่ในวงการโคเนื้อ(..2532-2536)                                      นักการเมืองและผู้มีฐานะทางสังคมหลายคนหันมาเลี้ยงโคโดยเน้นที่โคฮินดูบราซิลจนราคาสูงเกินคุณค่าของโคเนื้อ    มีการประกวดโคฮินดูบราซิลโดยตัดสินกันด้วยความสวยงามคือหูยาวและหัวโหนก (  ผนวก3 และ ผนวก4   )    กลุ่ม ส..ตั้งงบประมาณซื้อน้ำเชื้อโคพันธุ์ฮินดูบราซิล   แต่ถูกคัดค้านจากนักวิชาการ    และชมรมโคเนื้อแห่งประเทศไทย เพราะจากหลักฐานทางวิชาการยืนยันแน่ชัดว่าโคฮินดูบราซิลไม่ใช่โคเนื้อที่ดี





 การส่งเสริมให้ใช้น้ำเชื้อโคฮินดูบราซิลไปผสมกับแม่โคของเกษตรกรซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธุ์บราห์มันเท่ากับเป็นการถอยหลังเข้าคลองเพราะจะดึงพันธุกรรมโคเนื้อของประเทศให้ด้อยลง(ผนวก 5)  อย่างไรก็ตาม ด้วยกระแสโฆษณาและราคาจูงใจของฮินดูบราซิล   ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคไขว้เขว      บางรายยอมขายแม่โคบราห์มัน 
10 ตัว   เพื่อได้เงินไปซื้อแม่โคฮินดูบราซิลเพียงตัวเดียว  ราคาโคทุกชนิดในช่วงนั้นสูงกว่าความเป็นจริงเรียกได้ว่าเกิดฟองสบู่ในวงการโคเนื้อไทย

ในช่วงนั้นวงการโคเนื้อก้าวหน้าเร็วที่สุด ชมรมโคเนื้อแห่งประเทศไทยได้รับอนุญาต จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติให้เป็นสมาคมโคเนื้อแห่ง ประเทศไทย  เมื่อวันที่  7  ตุลาคม 2534 นายกสมาคมคนแรกคือ นพ.พัลลภโพธิพฤกษ์    และในระยะเวลาไล่เลี่ยกันนั้น   ก็มีการก่อตั้งสมาคมประจำพันธุ์โคเนื้อพันธุ์ต่าง ๆ  ดังนี้

                - สมาคมโคเนื้อพันธุ์กำแพงแสน                     

              - สมาคมโคเนื้อไทยพันธุ์เดราห์มาสเตอร์                                                  

              - สมาคมผู้บำรุงพันธุ์บราห์มันแห่ง    ประเทศไทย                                                  

              - สมาคมผู้เลี้ยงโคบราห์มัน

              - สมาคมโคเนื้อพันธุ์ไทยฮินดูบราซิล

          
 
สมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย          และสมาคมโคเนื้อพันธุ์ต่าง  ๆ     ร่วมกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องได้จัดงานโคเนื้อแห่งชาติครั้งแรกขึ้น ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน        เมื่อวันที่  13-15ธันวาคม  2534  และมีการประกวดโคเนื้อระบบสากลขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยในงานนี้  โคที่ประกวดได้แก่พันธุ์บราห์มัน  เดราท์มาสเตอร์และกำแพงแสน(ประกวดแยกแต่ละพันธุ์)

 


         งานโคเนื้อแห่งชาติครั้งที่
1 พ.ศ.2534